ของเล่นเสริมทักษะ 4 อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรซื้อให้ลูกๆ

ของเล่นเสริมทักษะ

พัฒนาการของเด็กคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณพ่อคุณแม่ทุกคนล้วนแล้วแต่ปรารถนาให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรง สมวัย การให้ลูกได้เล่นของเล่นที่เสริมสร้างพัฒนาการจะช่วยให้กล้ามเนื้อของเด็กๆ แข็งแรง สมองได้รับการกระตุ้นและเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งของเล่นเสริมทักษะที่พ่อแม่ควรซื้อให้ลูกมีดังต่อไปนี้ 

1.แป้งโดว์ 

เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยเห็นเพจดูแลลูกแชร์ของเล่นชนิดนี้กันอย่างแน่นอน โดยแป้งโดว์นั้นมีจุดเด่นคือยืดหยุ่น ปั้นเป็นรูปต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญยังไม่มีอันตรายต่อร่างกายเหมือนกับดินน้ำมัน ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะปั้นแป้งโดว์แล้วเผลอหยิบใส่ปาก โดยแป้งโดว์ถือเป็นของเล่นที่มีราคาถูก สามารถทำเองในครัวเรือนได้  แค่ใช้แป้งสาลีเอนกประสงค์ น้ำมันพืช เกลือ น้ำอุ่น หากใครอยากให้ลูกน้อยได้มีทักษะในการรู้จักสีสัน อาจเพิ่มสีผสมอาหารไปด้วยก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด 

2.สมุดภาพระบายสี 

ของเล่นชนิดนี้ถือเป็นของเล่นยอดนิยมที่มีมาเนิ่นนาน จุดเด่นของสมุดภาพระบายสีคือการแต่งแต้มจินตนาการให้กับเด็กๆ อย่างง่ายดาย แค่เลือกสีสันตามที่พวกเขาต้องการเท่านั้น การใช้สมุดภาพระบายสีเพื่อการเป็นของเล่นเสริมทักษะอย่างถูกต้องนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรบอกลูกว่าต้องการให้ระบายสีอะไร บริเวณใด ควรปล่อยให้พวกเขาใช้ความคิดด้วยตัวเองจะดีที่สุด หากลูกน้อยถึงวัยอนุบาลที่เริ่มต้นรู้จักกับตัวเลขและตัวหนังสือแล้ว อาจซื้อสมุดภาพระบายสีที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษหรือคำศัพท์ง่ายๆ รวมถึงสมุดระบายสีที่สอนการบวกเลขแบบ-ง่ายๆ ก็นับว่าเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองที่ดีเช่นกัน 

3.รถขาไถ 

การเสริมสร้างกล้ามเนื้อถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเสริมสร้างทักษะ ซึ่งรถขาไถจะทำให้กล้ามเนื้อของเด็กๆ เติบโตได้ดีมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี โดยรถขาไถในปัจจุบันนั้น มีให้เลือกหลายแบบ หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นรถขาไถสไตล์วินเทจ รถขาไถย้อนยุค และรถขาไถมีล้อเลื่อน  

4.ตุ๊กตามือ 

อีกหนึ่งของเล่นเสริมทักษะที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ใช้พื้นที่ในการเล่นน้อย โดยตุ๊กตามือรูปสัตว์ต่างๆ จะช่วยเสริมสร้างความคิดและจินตนาการได้เป็นอย่างดี เหมาะสมกับการเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกน้อยฟัง ทำให้เด็กๆ มีสมาธิในการฟังนิทานมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วตุ๊กตามือจะเป็นรูปคน สัตว์ หรือผลไม้ 

การเลือกของเล่นเสริมทักษะ ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเลือกเสริมให้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางสมอง ความจำ การจินตนาการ และการพัฒนาของกล้ามเนื้อ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมีคุณภาพ 

Related Post

ราคาประกันภัยรถยนต์

ความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละประเภทความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละประเภท

หากมีใครสักคนถามเรามาว่าประกันภัยรถยนต์นั้นคุ้มครองอะไรบ้าง แล้วสามารถเช็คราคาประกันภัยรถยนต์ให้หน่อยได้ไหมว่าเท่าไหร่ เราคงไม่สามารถตอบเขาได้ทันทีเนื่องจากว่าประกันภัยรถยนต์นั้นมีหลากหลายประเภทให้เราเลือกซื้อซึ่งแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของความคุ้มครองรวมไปถึงประเภทของรถที่สามารถรับประกันได้ อีกทั้งราคาประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทก็ไม่เท่ากันด้วย ดังนั้นเราจะต้องเลือกประเภทของประกันรถยนต์ที่จะซื้อก่อนถึงจะสามารถเช็คราคาประกันภัยรถยนต์จากบริษัทอื่น ๆ ที่มีประกันประเภทเดียวกันนี้ได้ว่าบริษัทไหนคุ้มค่าในการเอาประกันมากกว่ากัน โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงประเภทของประกันภัยรถยนต์ว่ามีกี่ประเภทและแต่ละประเภทนั้นมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง  ประเภทของประกันภัยรถยนต์  ในที่นี้เราจะจำแนกประเภทของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกันดังต่อไปนี้  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้จะเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากว่าประกันรถยนต์ประเภทนี้นั้นให้ความคุ้มครองทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวรถยนต์ โดยคุ้มครองทุกการเกิดเหตุที่เกี่ยวกับรถเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นรถชน รถหาย รถไฟไหม้ อีกทั้งยังคุ้มครองบุคคลภายนอกหรือคู่กรณี และบุคคลที่อยู่ในรถด้วย ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความคุ้มครองที่มากขนาดนี้เบี้ยประกันรถยนต์ประเภทนี้จึงสูงกว่าประเภทอื่น ๆ ซึ่งราคาเบี้ยประกันก็จะแยกไปตามประเภทของรถที่เอาประกัน  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 โดยประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นมีความคุ้มครองที่รองลงมาจากประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยจะคุ้มครองแค่ ความรับผิดกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ , ชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และการคุ้มครองรถสูญหาย ไฟไหม้ โดยพูดง่าย ๆ คือประกันรถยนต์ชั้น 2 แตกต่างจากประกันรถยนต์ชั้น 1 ตรงที่คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณีเท่านั้น โดยไม่คุ้มครองทรัพย์สินของผู้เอาประกัน หมายความว่าหากเราขับรถไปชนคนอื่นประกันจะจ่ายค่าซ่อมให้กับรถคู่กรณีเท่านั้น  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองเฉพาะกับบุคคลภายนอกเท่านั้น ซึ่งต่างจากประกันชั้น 1 และชั้น 2 ที่ยังพอคุ้มครองให้กับผู้ขับขี่  ประกันรถยนต์ทั้ง 3 ประเภทนั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งราคาประกันภัยรถยนต์ก็จะต่างกันออกไป หากเราสนใจทำประกันประเภทไหนก็สามารถเช็คราคาประกันภัยรถยนต์ประเภทนั้นและเปรียบเทียบกันหลาย ๆ

ไขข้อข้องใจ สีน้ำมัน ทาไม้ได้หรือไม่ไขข้อข้องใจ สีน้ำมัน ทาไม้ได้หรือไม่

ในการตกแต่งบ้านนั้นบ้านที่เป็นประเภทไม้นั้นมักจะใช้พวกสีย้อมไม้ กันมากกว่าแต่ยังมีอีกหนึ่งประเภทของสีที่หลายคนนั้นรูจักแต่ว่ายังไม่กล้าใช้งานเพราะไม่รู้ว่าสีประเภทนี้จะใช้ได้หรือไม่ นั้นคือ “สีน้ำมัน” นั้นเอง ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาไขข้องใจกันครับว่าสีน้ำมันทาไม้ได้หรือไม่ ? มาลองหาคำตอบไปพร้อม ๆกันเลยครับ สีน้ำมันทาไม้ได้หรือไม่ ก่อนอื่นเลยนะครับ ถ้าหากเราพูดถึงสีน้ำมัน เราก็มักจะคิดว่าเอาไว้ใช้กับเหล็กกันมากกว่า หรือ ใช้ได้แค่พื้นผิวประเภทเหล็กอย่างเดียว แต่ว่า เพราะว่างานเหล็กโดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้สีน้ำมันในการทามากกว่า เพราะว่าสีน้ำมันให้ความเงางามมากกว่า และไม่มีส่วนผสมของน้ำจึงมีการเข้าใจผิดว่าจะช่วยให้ไม่เกิดสนิมด้วย แต่ว่าสีน้ำมันก็สามารถใช้ทาไม้ได้ด้วยนะครับ

สร้างบ้าน

การสร้างบ้านด้วงฮวงจุ้ยที่เราสามารถที่จะอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์การสร้างบ้านด้วงฮวงจุ้ยที่เราสามารถที่จะอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

การสร้างบ้านนั้นในแต่ละประเทศนั้นมีความเชื่อเป็นขอตัวเองอย่างเช่นการนำไม้กวาดเข้ามาภายในบ้านนั้นจะพาโชคดีเข้ามาด้วย สำหรัยคนไทยเองการสร้างบ้านนั้นก็มีความเชื่อมากมาย และนนอกจากความเชื่อต่าง ๆ แล้วยังมีในเรื่องของ “ฮวงจุ้ย” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ซึ่งฮวงจุ้ยนั้นเป็นความเชื่อจากศาสตร์ของคนจีนนั้นเอง และการสร้างบ้านเองก็มีการใชหลักฮวงจุ้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะมาขออธิบายถึง การสร้างบ้านด้วงฮวงจุ้ยที่เราสามารถที่จะอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ มาลองดูกันดีกว่าครับว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง   ห้องนอนไม่ควรตั้งเตียงไว้กับประตูห้อง   หลักฮวงจุ้ยที่ดีนั้นในห้องนอนของเราเตียงนอนของเรานั้นไม่ควรที่จะตั้งไว้กับประตูนะครับเพราะว่าเมื่อเราเปิดประตูเข้ามานั้นเราก็เจอแต่ห้องนอนและจะทำให้เราคิดถึงแต่เรื่องนอนซึ่งผลให้การที่เราคิดแต่เรื่องนอนนั้นเราจะเพลีย ซึ่งในความจริงแล้วการที่ไม่ควรจะตั้งเตียงนอนไว้ใกล้ประตูนั้นก็เพราะความว่าสะดวกในการเปิดปิดประตูห้องนั้นจะลำบากนะครับ ส่วนในเรื่องของการเห็นแต่เตียงนอนแล้วจะง่วงนั้นไม่เป้นจริงอย่างแน่นอน (เพราะขนาดไม่เห็นเราก็คิดแต่จะนอนอย่างเดียวเลย ฮ่า ๆ)   หัวเตียงไม่ควรที่จะหันเข้าทิศตะวันตก  ทิศตะวันตกนั้นถือเป้นทิศที่คนตายใช้กัน ซึ่งเป้นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการตั้งเตียงนั้นเราไม่ควรที่จะหันหัวเตียงไว้ไปในทิศทางตะวันตก เพราะว่าเป็นทิศที่คนตายใช้กัน จะทำให้เกิดความโชคร้ายเกิดความ อัปมงคลเอาได้ ดังนั้นไม่ควรที่จะตั้งหัวนอนไปทิศทางนั้นเด็ดขาด แต่ในเรื่องของวิทยาศาสตร์แล้ว การให้หัวเตียงนั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันตกนั้นจะทำให้รรู้สึกร้อนเนื่องจากว่าการที่ผนังนั้นเจอกับแดดตอนบ่ายทั้งวันทำให้สะสมความร้อนเอาไว้ทำให้เรานอนแล้วรู้สึกไม่สบายตัว จึงคไม่ควรที่จะหันหัวนอนไปทางทิศตะวันตกนั้นเอง