4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตู้อบยูวี

ตู้อบยูวี

สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของการเป็นแม่คือ การได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกรัก ปัจจุบันนี้แม่ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าบนโลกใบนี้เต็มไปด้วยเชื้อโรคจำนวนมาก คงไม่มีใครอยากให้ลูกของคุณต้องเสี่ยงกับเชื้อโรคเหล่านั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากใช้ตู้อบยูวี ขอแนะนำว่าควรศึกษาเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตู้อบ ซึ่งมีดังต่อไปนี้ 

1.รังสียูวีเหมาะสมกับการล้างขวดนมที่สุด 

ในครอบครัวที่มีทารก สิ่งจำเป็นที่สุดคงหนีไม่พ้นการล้างขวดนมให้สะอาดหมดจด ในอดีตหลายคนนิยมใช้เครื่องนึ่งขวดนม ซึ่งเครื่องนึ่งหรือต้มขวดนมแม้จะฆ่าเชื้อโรคได้ดี ทว่าก็มีผลเสียเช่นกัน โดยเครื่องนึ่งขวดนมจะใช้ได้กับขวดนมที่ทำจากแก้วหรือซิลิโคนเท่านั้น หากใช้กับขวดนมที่ผลิตจากพลาสติก อาจทำให้พลาสติกปล่อยสารปนเปื้อนซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ นอกจากนี้ความร้อนยังทำให้ขวดนมพลาสติก จุกยาง และฝาเสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย 

2.รังสียูวีฆ่าเชื้อโรคได้ครอบคลุม 

หลายคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่ารังสียูวีสามารถฆ่าเชื้อโรคได้หลายโรค แต่อาจมีคนที่ยังไม่รู้ว่ารังสียูวีสามารถฆ่าได้ทั้งเชื้ออิโคไลซึ่งก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ สามารถฆ่าเชื้อซาโมลเนลล่าซึ่งทำให้คลื่นไส้ หากเป็นมาก อาจอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว นอกจากนี้รังสียูวียังสามารถฆ่าเชื้อ Pseudomonas aeruginosa ซึ่งจะไปทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากเชื้อถึงปอด จะทำให้ปอดอักเสบได้ และที่สำคัญที่สุด รังสียูวียังสามารถฆ่าเชื้อโควิด -19 ซึ่งเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงในปัจจุบัน 

3.รังสียูวีสามารถใช้อบสิ่งของเครื่องใช้ได้หลายชนิด 

คุณสมบัติที่โดดเด่นของรังสียูวีซึ่งเหมาะสมกับยุคสมัยนี้เป็นอย่างยิ่งคือการใช้อบฆ่าเชื้อโรคสำหรับสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นธนบัตร โทรศัพท์มือถือ ขวดน้ำ เสื้อผ้า ของเล่นลูกน้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นข้าวของเครื่องใช้ที่เราต้องหยิบจับเป็นประจำ แต่ถึงอย่างไรก็ดีเราควรตรวจสอบว่าสิ่งของเครื่องใช้ที่จะนำมาอบในตู้อบยูวีนั้นมีส่วนผสมของยางพาราหรือเป็นขวดพลาสติก PET หรือไม่ 

4.ขจัดกลิ่นอับได้ดีมาก 

กลิ่นอับเป็นสิ่งรบกวนจิตใจทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับของเสื้อผ้าลูกน้อยในเวลาที่ฝนตกจนไม่มีแสงแดดให้ตากเสื้อผ้าจนแห้ง หรือจะเป็นขวดนมที่อับชื้นจากการล้างแล้วอยู่ในตู้เป็นเวลานาน เป็นต้น 

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ลังเลใจว่าจะซื้อตู้อบยูวีดีหรือไม่ ขอแนะนำว่าให้ใช้เวลาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน คิดถึงประโยชน์ที่จะได้รับเทียบกับราคาที่เสียไป เท่านี้ก็เป็นการซื้อของอย่างคุ้มค่าแล้ว 

Related Post

ของเล่นเสริมทักษะ

ของเล่นเสริมทักษะ 4 อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรซื้อให้ลูกๆของเล่นเสริมทักษะ 4 อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรซื้อให้ลูกๆ

พัฒนาการของเด็กคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณพ่อคุณแม่ทุกคนล้วนแล้วแต่ปรารถนาให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรง สมวัย การให้ลูกได้เล่นของเล่นที่เสริมสร้างพัฒนาการจะช่วยให้กล้ามเนื้อของเด็กๆ แข็งแรง สมองได้รับการกระตุ้นและเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งของเล่นเสริมทักษะที่พ่อแม่ควรซื้อให้ลูกมีดังต่อไปนี้  1.แป้งโดว์  เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยเห็นเพจดูแลลูกแชร์ของเล่นชนิดนี้กันอย่างแน่นอน โดยแป้งโดว์นั้นมีจุดเด่นคือยืดหยุ่น ปั้นเป็นรูปต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญยังไม่มีอันตรายต่อร่างกายเหมือนกับดินน้ำมัน ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะปั้นแป้งโดว์แล้วเผลอหยิบใส่ปาก โดยแป้งโดว์ถือเป็นของเล่นที่มีราคาถูก สามารถทำเองในครัวเรือนได้  แค่ใช้แป้งสาลีเอนกประสงค์ น้ำมันพืช เกลือ น้ำอุ่น หากใครอยากให้ลูกน้อยได้มีทักษะในการรู้จักสีสัน อาจเพิ่มสีผสมอาหารไปด้วยก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด  2.สมุดภาพระบายสี  ของเล่นชนิดนี้ถือเป็นของเล่นยอดนิยมที่มีมาเนิ่นนาน จุดเด่นของสมุดภาพระบายสีคือการแต่งแต้มจินตนาการให้กับเด็กๆ อย่างง่ายดาย แค่เลือกสีสันตามที่พวกเขาต้องการเท่านั้น การใช้สมุดภาพระบายสีเพื่อการเป็นของเล่นเสริมทักษะอย่างถูกต้องนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรบอกลูกว่าต้องการให้ระบายสีอะไร บริเวณใด ควรปล่อยให้พวกเขาใช้ความคิดด้วยตัวเองจะดีที่สุด หากลูกน้อยถึงวัยอนุบาลที่เริ่มต้นรู้จักกับตัวเลขและตัวหนังสือแล้ว

สร้างบ้าน

การสร้างบ้านด้วงฮวงจุ้ยที่เราสามารถที่จะอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์การสร้างบ้านด้วงฮวงจุ้ยที่เราสามารถที่จะอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

การสร้างบ้านนั้นในแต่ละประเทศนั้นมีความเชื่อเป็นขอตัวเองอย่างเช่นการนำไม้กวาดเข้ามาภายในบ้านนั้นจะพาโชคดีเข้ามาด้วย สำหรัยคนไทยเองการสร้างบ้านนั้นก็มีความเชื่อมากมาย และนนอกจากความเชื่อต่าง ๆ แล้วยังมีในเรื่องของ “ฮวงจุ้ย” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ซึ่งฮวงจุ้ยนั้นเป็นความเชื่อจากศาสตร์ของคนจีนนั้นเอง และการสร้างบ้านเองก็มีการใชหลักฮวงจุ้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะมาขออธิบายถึง การสร้างบ้านด้วงฮวงจุ้ยที่เราสามารถที่จะอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ มาลองดูกันดีกว่าครับว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง   ห้องนอนไม่ควรตั้งเตียงไว้กับประตูห้อง   หลักฮวงจุ้ยที่ดีนั้นในห้องนอนของเราเตียงนอนของเรานั้นไม่ควรที่จะตั้งไว้กับประตูนะครับเพราะว่าเมื่อเราเปิดประตูเข้ามานั้นเราก็เจอแต่ห้องนอนและจะทำให้เราคิดถึงแต่เรื่องนอนซึ่งผลให้การที่เราคิดแต่เรื่องนอนนั้นเราจะเพลีย ซึ่งในความจริงแล้วการที่ไม่ควรจะตั้งเตียงนอนไว้ใกล้ประตูนั้นก็เพราะความว่าสะดวกในการเปิดปิดประตูห้องนั้นจะลำบากนะครับ ส่วนในเรื่องของการเห็นแต่เตียงนอนแล้วจะง่วงนั้นไม่เป้นจริงอย่างแน่นอน (เพราะขนาดไม่เห็นเราก็คิดแต่จะนอนอย่างเดียวเลย ฮ่า ๆ)   หัวเตียงไม่ควรที่จะหันเข้าทิศตะวันตก  ทิศตะวันตกนั้นถือเป้นทิศที่คนตายใช้กัน ซึ่งเป้นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการตั้งเตียงนั้นเราไม่ควรที่จะหันหัวเตียงไว้ไปในทิศทางตะวันตก เพราะว่าเป็นทิศที่คนตายใช้กัน จะทำให้เกิดความโชคร้ายเกิดความ อัปมงคลเอาได้ ดังนั้นไม่ควรที่จะตั้งหัวนอนไปทิศทางนั้นเด็ดขาด แต่ในเรื่องของวิทยาศาสตร์แล้ว การให้หัวเตียงนั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันตกนั้นจะทำให้รรู้สึกร้อนเนื่องจากว่าการที่ผนังนั้นเจอกับแดดตอนบ่ายทั้งวันทำให้สะสมความร้อนเอาไว้ทำให้เรานอนแล้วรู้สึกไม่สบายตัว จึงคไม่ควรที่จะหันหัวนอนไปทางทิศตะวันตกนั้นเอง  

ไขข้อข้องใจ สีน้ำมัน ทาไม้ได้หรือไม่ไขข้อข้องใจ สีน้ำมัน ทาไม้ได้หรือไม่

ในการตกแต่งบ้านนั้นบ้านที่เป็นประเภทไม้นั้นมักจะใช้พวกสีย้อมไม้ กันมากกว่าแต่ยังมีอีกหนึ่งประเภทของสีที่หลายคนนั้นรูจักแต่ว่ายังไม่กล้าใช้งานเพราะไม่รู้ว่าสีประเภทนี้จะใช้ได้หรือไม่ นั้นคือ “สีน้ำมัน” นั้นเอง ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาไขข้องใจกันครับว่าสีน้ำมันทาไม้ได้หรือไม่ ? มาลองหาคำตอบไปพร้อม ๆกันเลยครับ สีน้ำมันทาไม้ได้หรือไม่ ก่อนอื่นเลยนะครับ ถ้าหากเราพูดถึงสีน้ำมัน เราก็มักจะคิดว่าเอาไว้ใช้กับเหล็กกันมากกว่า หรือ ใช้ได้แค่พื้นผิวประเภทเหล็กอย่างเดียว แต่ว่า เพราะว่างานเหล็กโดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้สีน้ำมันในการทามากกว่า เพราะว่าสีน้ำมันให้ความเงางามมากกว่า และไม่มีส่วนผสมของน้ำจึงมีการเข้าใจผิดว่าจะช่วยให้ไม่เกิดสนิมด้วย แต่ว่าสีน้ำมันก็สามารถใช้ทาไม้ได้ด้วยนะครับ